
มารัต กริกอเรียน จอมบู๊หมัดหนัก วัย 34 ปี แสดงความมั่นใจก่อนขึ้นสังเวียน โดยยืนยันว่าฟอร์มกำลังอยู่ในช่วงพีก พร้อมพิสูจน์ความเหนือชั้นเหนือ คาอิโตะ ในศึกสำคัญ ทั้งคู่จะดวลกันในกติกาคิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต (145–155 ป.) ในรายการ ONE ซามูไร 1 ณ อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 29 เมษายน เวลา 12.30 น. ตามเวลาประเทศไทย มารัตไม่ได้มองแค่ชัยชนะในไฟต์นี้ แต่ตั้งเป้าข้ามช็อตไปถึงการชิงแชมป์กับ ซุปเปอร์บอน โดยเชื่อว่าหากผ่านคาอิโตะได้ จะมีโอกาสก้าวขึ้นสู่ไฟต์ชิงบัลลังก์ทันที

ดราม่าไฟต์ล่ม มารัต กริกอเรียน vs คาอิโตะ เคยชวดดวล สะเทือนแฟนมวย
ก่อนจะได้โคจรมาปะทะกันอีกครั้ง มารัต กริกอเรียน และ คาอิโตะ เคยถูกวางโปรแกรมให้เจอกันมาแล้วในศึก ONE 172: ทาเครุ vs รถถัง ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนมีนาคม 2568 ไฟต์ดังกล่าวต้องยกเลิกแบบกะทันหัน เนื่องจากมารัตทำน้ำหนักไม่ผ่านตามพิกัดรุ่นเฟเธอร์เวต ส่งผลให้เกิดการเจรจา แต่สุดท้ายคาอิโตะตัดสินใจไม่ขึ้นชก ทำให้การแข่งขันต้องถูกยกเลิก สร้างความผิดหวังให้แฟนมวยทั่วโลก เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มารัตไม่พอใจอย่างมาก และออกมาแสดงความเห็นเชิงวิจารณ์คู่ชกอย่างดุเดือด ยิ่งเพิ่มแรงกดดันและความเดือดให้กับการพบกันครั้งนี้
มารัตกล่าวว่า
“วันนั้นผมรีดน้ำหนักจนร่างกายถึงขีดจำกัดแล้ว แแต่ผมก็ยังพร้อมชกอยู่ดี น้ำหนักเกินแค่ 3 ขีด ซึ่งไม่ทำให้ความเป็นนักสู้ของผมหายไป ผมเคยเจอสถานการณ์ที่โหดกว่านี้มาแล้ว อย่างตอนที่ชกกับ ‘รูคิยะ อันโปะ’ เขาหนักกว่าผมถึง 3 กก. ผมก็ยังรับชกแบบไม่ลังเล เพราะผมเป็นลูกผู้ชาย ผมไม่มีทางยกเลิกไฟต์เพียงเพราะคู่ชกหนักกว่าแค่ 3 ขีดแน่นอน”
รูคิยะ อันโปะ vs มารัต กริกอเรียน
ฟอร์มสวนทาง มารัตเหนือชั้น คาอิโตะต้องกู้ศรัทธา
หลังเหตุไฟต์ล่มก่อนหน้า เส้นทางของ คาอิโตะ และ มารัต ในเวที ONE กลับสวนทางกันอย่างชัดเจน คาอิโตะได้โอกาสเปิดตัวในศึก ONE ลุมพินี 109 แต่ไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ ก่อนพ่ายให้กับ โมฮัมหมัด เซียซารานี ด้วยคะแนนเอกฉันท์ ส่งผลให้ต้องเร่งเรียกความมั่นใจกลับมา ในทางกลับกัน มารัตโชว์ฟอร์มแกร่งในศึก ONE 173 ด้วยการเอาชนะ รูคิยะ แบบขาดลอยถึงแดนญี่ปุ่น ตอกย้ำความพร้อมในระดับท็อป แม้ผลงานจะเหนือกว่า แต่มารัตยังคงไม่ประมาท โดยศึกษาสไตล์ของคาอิโตะอย่างละเอียด เพื่อหาจุดอ่อน และวางแผนบุกโจมตีให้ได้ผลมากที่สุด
มารัตกล่าวว่า
“ในไฟต์ที่ คาอิโตะ แพ้ให้กับ โมฮัมหมัด ผมมองว่ายังไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเขา แต่ผมไม่ได้โฟกัสตรงนั้น เพราะผมสนใจแค่การเตรียมตัวของตัวเอง และผมเชื่อว่าผมต่างจากกับคู่ชกที่เขาเคยเจอมาอย่างสิ้นเชิง”
“ตอนชกกับ รูคิยะ ผมใช้ความใจเย็น และรอจังหวะที่เหมาะสมก่อนจะเล่นงานเขาจนน่วม ส่วน คาอิโตะ ถึงจะสูงพอ ๆ กัน แต่ผมมองว่าหมัดเขายังไม่หนักเท่า รูคิยะ ผมพร้อมปรับแผนและคุมจังหวะเกมตามสถานการณ์อยู่แล้ว ที่สำคัญผมศึกษาสไตล์เขามาเรียบร้อย ถ้าเขาเปิดช่อง เกมจะเข้าทางผมทันที”
มารัต มั่นใจเหนือชั้น พร้อมบุกชนะคาอิโตะ ลุ้นชิงแชมป์ซุปเปอร์บอน
แม้ต้องเจอกับความท้าทายทั้งเรื่องอายุและเสียงเชียร์ในบ้านของคู่ชก แต่มารัตยังคงมั่นใจในศักยภาพของตัวเอง พร้อมพิสูจน์ความเหนือชั้นเหนือ คาอิโตะ ให้แฟนมวยทั่วโลกได้เห็น
คาอิโตะได้เปรียบทั้งความสดที่อายุน้อยกว่า 6 ปี และการขึ้นชกต่อหน้าแฟนมวยญี่ปุ่นในสนาม ซึ่งเป็นแรงกดดันสำคัญสำหรับนักชกต่างชาติ มารัตตั้งเป้าคว้าชัยให้ได้อย่างเด็ดขาด เพื่อใช้เป็นใบเบิกทางไปสู่การท้าชิงแชมป์โลกกับ ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์ ในรุ่นเฟเธอร์เวต ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฟต์ที่แฟนมวยรอคอย
มารัตกล่าวว่า
“คาอิโตะ หนุ่มกว่า หิวกระหายกว่า และอยากพิสูจน์ตัวเอง ผมเคารพตรงนั้น แต่ตอนนี้ผมอยู่ในช่วงพีกที่สุดของชีวิตนักสู้ นี่คือช่วงเวลาที่ทุกอย่างลงตัวที่สุด และในวันแข่งขัน ทุกคนจะได้เห็นถึงต่างชั้นระหว่างผมกับเขา ไม่จำเป็นต้องพูดเยอะครับ”
“ถ้าผมเอาชนะเขาได้แบบขาดลอย ก็เหลือแค่ไฟต์เดียวเท่านั้นที่สมเหตุสมผลสำหรับผม นั่นคือการขึ้นชิงเข็มขัดจาก ซุปเปอร์บอน ผมเชื่อว่าผมคู่ควรกับโอกาสนั้น เพราะผมสู้กับนักชกระดับท็อปมาครบทุกคนแล้วครับ”

ติดตาม “มารัต vs คาอิโตะ” ในศึก ONE ซามูไร 1 ถ่ายทอดสดจากสนามมวยอาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วันพุธที่ 29 เม.ย. นี้ แฟนมวยตัวจริงไม่ควรพลาด
ติดตามข่าวสารวงการมวย ได้ที่ มวยวัน วันนี้ ดูโปรแกมมวยอ่านข่าวมวย หรือติดตาม ผลมวย ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ สนใจแทงมวยออนไลน์ได้ที่ @UFA88SV2













